More
    หน้าแรกหนังสือพัฒนาตนเองรีวิว นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ เมื่อเราทุกคนใช้ชีวิตตามค่านิยม

    รีวิว นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ เมื่อเราทุกคนใช้ชีวิตตามค่านิยม

    ฮาวัน พนักงานออฟฟิศคนหนึ่งที่เกิดตั้งคำถามต่อตัวเองว่างานที่ทำอยู่นั้นมันทำให้ตัวเองมีความสุขรึเปล่า เพราะตัวเขาเองนั้นต้องการอิสระและใช้ชีวิตเรื่องเปื่อยบ้างในบางครั้ง เธอจึงได้ลองลาออกจากงานที่ทำอยู่และลองใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการ และนั้นทำให้เธอพบคำตอบบางอย่างและถ่ายทอดลงหนังสือเล่มนี้

    -

    หลายๆ คนเมื่อเข้าสู่วัยทำงานแล้วนั้นก็มักจะโฟกัสและมุ่งมั่นจริงจังกับการทำงานอย่างเต็มที่ จนหลายๆ คนเกิดอาการ burn out หรือหมดไฟในการทำงาน แม้กระทั้งการดำเนินชีวิตในแต่ละวันก็ดูแสนเบื่อหน่ายซะเหลือเกิน นั้นเพราะการมุ่งมั่นกับงานที่มากจนเกินไปทำให้เราไม่ได้หาเวลาความสุขใส่ตัวหรือลองถามตัวเองดูว่าความสุขและสิ่งที่เราต้องการคืออะไร หนังสือที่เรานำมาแนะนำวันนี้นั้นถูกเขียนโดยพนักงานออฟฟิศคนหนึ่งซึ้งได้ลองลาออกและใช้ชีวิตตามตัวเองต้องการอยู่ช่วงหนึ่ง แม้ตัวผู้เขียนเองจะยอมรับว่าการทำงานหาเงินเป็นปัจจัยสำคัญในดำรงชีวิตแต่เราก็ควรจะทำงานหาเงินมาเพื่อเสริมความสุขในชีวิตเช่นกัน หนังสือเล่มนี้คือ นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ ผลงานของ ฮาวัน พนักงานตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ได้เขียนหนังสือเล่มนี้ออกมาจากชีวิตของตน รีวิวโดยเพจ รีวิวทุกอย่างที่อ่านออก จะมาแชร์เรื่องราวของฮาวันกันในบทความนี้ใน รีวิว นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ

    รีวิว นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ แม้คุณเป็นผู้ใหญ่ก็ยังต้องการความสุขและอิสระไม่ต่างจากวัยรุ่น

    นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ
    นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ

    ตอนนี้เทรนด์ย้ายประเทศในบ้านเรากำลังมาแรง แต่รู้ไหมคะว่ามีอีกประเทศหนึ่งที่ก็กำลังประสบปัญหาคนรุ่นใหม่อยากย้ายประเทศเหมือนกัน ประเทศนั้นคือ เกาหลีใต้ค่ะ หนังสือเล่มนี้จะพาเราไปทำความเข้าใจการใช้ชีวิตของคนเกาหลีใต้มากขึ้นในอาชีพที่ยอดนิยมที่สุดอาชีพหนึ่งก็คือพนักงานออฟฟิศนั่นเอง วันนี้เพจรีวิวทุกอย่างที่อ่านออกจะพาทุกคนมาอ่านเล่มนี้กันค่ะ

    นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ’ เชื่อว่าหลายๆ คนคงคุ้นชื่อหนังสือเล่มนี้ของฮาวันกันมาบ้างแล้ว ฮาวันเป็นชาวเกาหลีใต้ เขาไม่ใช่นักจิตวิทยา หรือนักเขียนหนังสือด้านพัฒนาตัวเอง แต่เป็นเพียงพนักงานบริษัทกับนักวาดภาพประกอบธรรมดาๆ คนหนึ่ง ทำงานควบทั้งสองชีพทั้งๆ ที่ไม่ได้มี Passion หรือความหลงใหลเลยสักอย่าง ฮาวันขยันทุ่มเทกับงานมาจนถึงอายุ 40 ปี แต่เขากลับพบว่าตัวเองยังอยู่กับที่ ประโยคที่บอกว่าจะโตไปพร้อมกับบริษัทไม่เห็นจะจริงสักนิด

    แก่นของเรื่องนี้เกิดจากมนุษย์เงินเดือนอายุ 40 เริ่มตระหนักได้ว่าความขยันที่เขาทุ่มเทให้กับงานมันทำให้ตัวเขาเหนื่อยเกินไป เขาเลยเริ่มมีความคิดที่จะลาออกจากงานตอนอายุ 40 ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจทำกันได้ง่ายๆ ฮาวันลังเลอยู่หลายครั้งจนสุดท้ายก็เอาใบลาออกไปยื่นให้หัวหน้าทั้งที่ในใจยังหวังให้หัวหน้ายื้อเขาสักหน่อย เขาอาจจะเปลี่ยนใจอยู่ต่อ แต่ใบลาออกได้รับการอนุมัติอย่างง่ายดาย สุดท้ายเลยได้อิสระในชีวิตสมใจอยาก ผู้ใหญ่อายุ 40 ได้เวลามาเล่นซนอีกครั้ง รสชาติของการลากออกนั้นหอมหวานปานนั้นผึ้ง มีเวลามานั่งจิบเบียร์ชิลๆ ปล่อยให้เวลาในชีวิตผ่านไปโดยไม่ต้องเร่งรีบ ไม่ต้องมารู้สึกผิดเหมือนกับตอนทำงานในบริษัทที่แม้จะไม่มีอะไรให้ทำก็ยังต้องทำตัว Active ตลอดเวลา แต่อิสรภาพที่ได้ ก็มาพร้อมกับการผลาญเงินในบัญชีของตัวเองไปเรื่อยๆ จนตัวเลขในบัญชีลดลง การสนุกของเขาเริ่มจะไม่ค่อยสนุกซะแล้ว

    การเล่าเรื่องของหนังสือเล่มนี้เหมือนฮาวันกำลังมานั่งเล่าประสบการณ์ชีวิตให้ฟังสลับไปมาระหว่างเขาเขาตอนอายุ 40 กับเขาในอดีตที่ขยันและทุ่มเทอย่างบ้าคลั่งให้กับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยจนสอบติดในครั้งที่ 4

    เสน่ห์ของการเล่าเรื่องของฮาวันคือการที่เขาเองยังมีความย้อนแย้งในตัวเอง บวกกับภาษาที่เข้าใจง่ายแต่ยังคงความสละสลวยของผู้แปล จึงทำให้อ่านแล้วลื่นไหลไม่สะดุด และที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือภาพประกอบของฮาวันที่มีบทสนทนาสั้นๆ บรรยายปนมุกตลกจนทำให้เผลอยิ้มตาม อย่างเช่นเขาบอกว่าระหว่างเงินกับอิสระ เขาเลือกอิสระ แต่สุดท้ายฮาวันดันวาดภาพประกอบเป็นตัวเองกำลังร้องไห้เพราะคิดถึงเงินเดือนซะงั้น

    ฮาวันเล่าเรื่องการตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อตามใจตัวเองดูสักครั้ง ทั้งๆ ที่เขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือผิด แต่เงินในบัญชีมีจำกัดสุดท้ายเขาก็ต้องทำตัวนอบน้อมกลับไปทำงานในบริษัทอีกครั้งจนได้ แต่การกลับไปครั้งนี้เขาจะทำงานหาเงินเพื่อมีอิสระในปัจจุบัน นอกจากนี้เขายังสอดแทรกข้อคิดต่างๆ จากประสบการณ์ชีวิตของตัวเองเข้าไปด้วย มีหนึ่งประโยคที่โดยส่วนตัวแล้วเราชอบค่ะ

    “ไม่อับอายเรื่องจนปัญญาที่จะครอบครองสิ่งต่างๆ ที่ควรมี แต่อายต่อความจริงว่าใช้ชีวิตโดยขาดค่านิยมกับหนทางเป็นของตนเอง”

    ฮาวันพยายามจะบอกว่าอย่าคล้อยตามค่านิยมที่สังคมกำหนด ว่าจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ พออายุมากก็ควรจะแต่งงานสร้างครอบครัว ไม่ใช่เอามาเวลามาเล่นสนุกเหมือนเด็กวัยรุ่น ซึ่งความจริงแล้วไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยไหน ใครๆ ก็อยากมีเวลามาใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยกันบ้างแหละ แต่พวกผู้ใหญ่ปากมักจะไม่ตรงกับใจ เอาแต่แคร์สายตาผู้คน แต่ฮาวันเป็นผู้ใหญ่ที่จิตใจยังคงเป็นวัยรุ่นอยู่ เขาไม่อยากหอบสังขารไปเที่ยวตอนแก่ มันคงไม่สนุกอย่างที่คิดเอาไว้แน่ เขาเลยเลือกที่จะใช้ชีวิตง่ายๆ บนพื้นฐานความเป็นจริง ยังคงต้องทำงานหาเงิน แต่ก็แบ่งช่วงเวลาเอาไว้ให้ตัวเองได้พักผ่อน ใช้ชีวิตแบบไม่ตั้งใจบ้าง

    เรื่องนี้เป็นเหมือนกับการเล่าเรื่องชีวิตของคนเกาหลีผ่านคนที่ทั้งอยากใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยและต้องอยู่ในสังคมที่มีค่านิยมในการทำงานหนัก เป็นความสับสนที่เราเชื่อว่าคนรุ่นใหม่ที่เริ่มทำงานแล้วทุกคนต้องเคยเจอปัญหานี้สนใจกันอยู่แล้วไม่มากก็น้อย ถ้าใครที่กำลังรู้สึกสับสนแบบนี้ แนะนำให้ลองอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วลองตอบตัวเองดูนะคะว่า “นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ?”

    นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ

    เป็นยังไงกันบ้างคะกับเรื่องราวภายในหนังสือ นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ จากผลงานเขียนของ ฮาวัน พนักงานออฟฟิศคนหนึ่งที่อยากใช้ชีวิตอิสระเรื่อยเปื่อยไม่ต่างจากวัยรุ่น และขอขอบคุณเพจ รีวิวทุกอย่างที่อ่านออก อีกเช่นเคยนะคะที่เอาหนังสือดีๆ น่าสนใจแบบนี้มารีวิวให้เราได้ทราบกันอีกเช่นเคย ใครอ่านแล้วสะดุดว่าตรงกับชีวิตของตนเองก็อย่าลืมลองถามหาคำตอบกับตัวเองดูนะคะว่าสิ่งที่พยายามอยู่นั้นมันคุ้มค่าและก่อให้เกิดความสุขในตอนนี้หรืออนาคตรึเปล่า แต่สำหรับใครที่มีความสุขกับการทำงานอยู่แล้วขอบอกว่าเป็นพรอันประเสิฐเลยละค่ะ

    รีวิวทุกอย่างที่อ่านออก
    รีวิวทุกอย่างที่อ่านออก คนชอบอ่านหนังสือที่เริ่มต้นมาจากอยากทำสรุปให้ตัวเองอ่าน เพราะอ่านแล้วลืมว่าหนังสือเล่มนี้ดียังไง จนมาถึงเพจที่มีผู้ติดตามหลายหมื่น มาร่วมสังคมรักการอ่านด้วยกันนะคะ :)

    บทความล่าสุด

    ร้านหนังสือออนไลน์ Reeeed สะดวกซื้อง่ายทั้ง E-book และหนังสือเล่มส่งตรงถึงบ้าน

    Reeeed แพลตฟอร์มร้านหนังสือยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นส่งมอบประสบการณ์ที่สะดวกสบายให้แก่เหล่านักอ่านทุกคนที่แวะเวียนกันเข้ามา นอกจาก E-book และนิยายออนไลน์แล้ว Reeeed กำลังจะเพิ่มช่องทางการซื้อหนังสือเป็นเล่มเพื่อตอบโจทย์เหล่านักอ่านที่มีความต้องการที่จะซื้อหนังสือเล่มให้สามารถเลือกซื้อทั้ง E-book และหนังสือเล่มเสร็จในแพลตฟอร์มเดียวได้อย่างง่ายดายไม่ยุ่งยาก

    แนะนำ 2 นิยายกำลังภายใน ผสมวิทยาศาสตร์จากปลายปากกา “หวงอี้”

    หวงอี้ หนึ่งในตำนานนักเขียนนิยายกำลังภายในชาวจีนที่มีแฟนคลับมากมาย ทั้งยังได้ฝากผลงานที่เป็นที่น่าจดจำไปตลอดกาลไว้หลากหลาย ด้วยงานเขียนที่เป็นเอกลักษณ์ผสมผสานวิทยาศาสตร์เข้าไป มาทำความรู้จักกับนักเขียนท่านนี้ พร้อมด้วยผลงานที่น่าติดตามที่เราอยากแนะนำ

    แนะนำ 3 นิยาย น่าอ่านจากปลายปากกา “กิ่งฉัตร” ห้ามพลาด

    กิ่งฉัตร นามปากกานักเขียนชาวไทยที่ฝากผลงานนิยายเรื่องเยี่ยมไว้มากมาย หลายเรื่องถูกหยิบยกไปทำเป็นละครที่โด่งดังรู้จักกันทั่วไป รู้จักนักเขียนท่านนี้ให้มากขึ้นพ้อมผลงานที่โดดเด่นและน่าสนใจที่เรานำมาแนะนำ

    3 นิยายแฟนตาซี น่าอ่านโดยคนไทยจาก ลวิตร์ แฟนตาซีไทย

    ทำความรู้จักกับ พัณณิดา ภูมิวัฒน์ หรือ ลวิตร์ นักเขียนนิยายแฟนตาซีชาวไทยที่ฝากผลงานไว้มากมาย อาทิ ไมรอน ผู้เสกทราย ด้วยสไตล์งานเขียนที่เป็นเอกลักษณ์ยากจะหาตัวจับ พร้อมผลงานที่น่าสนใจของนักเขียนท่านนี้ที่เราอยากแนะนำ
    - Advertisement -spot_imgspot_img

    แนะนำ 2 สุดยอดผลงานเอกจาก “กิมย้ง” นักเขียน นิยายจีน ตลอดกาล

    กิมย้ง นักเขียนชาวจีนผู้วาดลวดลายในวงการน้ำหมึกและรังสรรค์ผลงานชั้นเยี่ยมเป็นตำนานไว้มากมาย ด้วยสไตล์งานเขียนที่โดดเด่น เนื้อเรื่องที่มีความแฟนตาซีผสมการเมือง ทำให้งานเขียนของเขาได้รับความนิยมตลอดกาล มาทำความรู้จักกับเรื่องราวความเป็นมาและผลงานเด่นๆ ที่น่าสนใจของกิมย้ง

    รีวิว 2 หนังสือเด็ก จาก “งามพรรณ” ที่ยังถูกทำเป็น audiobook

    "งามพรรณ เวชชาชีวะ" นักเขียนชาวไทยที่หลายๆ คนคุ้นชื่อจากผลงาน ความสุขของกะทิ ที่ได้รับรางวัลซีไรต์ ในปี พ.ศ. 2549 มาทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้นพร้อมๆ กับผลงานอื่นที่น่าสนใจจนถูกนำไปดัดแปลงเป็น audiobook

    บทความแนะนำ

    ร้านหนังสือออนไลน์ Reeeed สะดวกซื้อง่ายทั้ง E-book และหนังสือเล่มส่งตรงถึงบ้าน

    Reeeed แพลตฟอร์มร้านหนังสือยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นส่งมอบประสบการณ์ที่สะดวกสบายให้แก่เหล่านักอ่านทุกคนที่แวะเวียนกันเข้ามา นอกจาก E-book และนิยายออนไลน์แล้ว Reeeed กำลังจะเพิ่มช่องทางการซื้อหนังสือเป็นเล่มเพื่อตอบโจทย์เหล่านักอ่านที่มีความต้องการที่จะซื้อหนังสือเล่มให้สามารถเลือกซื้อทั้ง E-book และหนังสือเล่มเสร็จในแพลตฟอร์มเดียวได้อย่างง่ายดายไม่ยุ่งยาก

    แนะนำ 2 นิยายกำลังภายใน ผสมวิทยาศาสตร์จากปลายปากกา “หวงอี้”

    หวงอี้ หนึ่งในตำนานนักเขียนนิยายกำลังภายในชาวจีนที่มีแฟนคลับมากมาย ทั้งยังได้ฝากผลงานที่เป็นที่น่าจดจำไปตลอดกาลไว้หลากหลาย ด้วยงานเขียนที่เป็นเอกลักษณ์ผสมผสานวิทยาศาสตร์เข้าไป มาทำความรู้จักกับนักเขียนท่านนี้ พร้อมด้วยผลงานที่น่าติดตามที่เราอยากแนะนำ
    อ่านบทความดี ๆ หนังสือแจ่มๆ ได้ที่ Reeeed เมี้ยวววว >.
    - Advertisement -spot_img

    เราคิดว่าคุณน่าจะชอบRELATED