More
    หน้าแรกหนังสือพัฒนาตนเองรีวิว GOOD VIBES, GOOD LIFE ใช้คลื่นพลังบวก ดึงดูดพลังสุข

    รีวิว GOOD VIBES, GOOD LIFE ใช้คลื่นพลังบวก ดึงดูดพลังสุข

    จุดเริ่มต้นของความสุขในชีวิตนั้นเริ่มต้นจากความคิด หากเราสามารถคิดบวกและมองโลกในแง่นี้ได้สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นแรงดึงดูดให้ความสุขในชีวิตเราเพิ่มมากขึ้น "GOOD VIBES, GOOD LIFE ใช้คลื่นพลังบวก ดึงดูดพลังสุข" หนังสือที่นำเสนอแง่มุมในการมองแง่ดีคิดบวกว่าจะส่งผลกระทบต่อความสุขในชีวิตของเราให้มากหรือลดลงได้อย่างไร พร้อมทั้งวิธีคิดเมื่อเราเจอปัญหาให้เราสามารถรับมือได้และไม่ทำลายความสุขจนหมดไป

    -

    เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต่างต้องการที่จะมีความสุขในชีวิต แต่เพียงแค่หลายๆ ครั้งเราไม่สามารถรับรู้ได้ว่าทำอย่างไรถึงจะมีความสุขเพิ่มขึ้นได้หรือเมื่อเราเจอกับปัญหาจะรับมืออย่างไรให้เราไม่จมอยู่กับความทุกข์จนทำลายความสุขในชีวิตของเราไป วันนี้เรามีหนังสือที่จะมอบมุมมองความคิดดีๆ ที่เราเชื่อว่าสามารถช่วยหลายๆ ท่านให้สามารถเพิ่มความสุขหรือรับมือกับความทุกข์ได้ดียิ่งขึ้นกับหนังสือ GOOD VIBES GOOD LIFE ใช้คลื่นพลังบวก ดึงดูดพลังสุข หนังสือที่จะมาบอกถึงมุมมองวิธีคิดที่จะช่วยให้คุณสามารถคิดบวกได้มากขึ้นเพราะความสุขในชีวิตเริ่มต้นจากความคิดนี่แหละค่ะ ยิ่งเราคิดบวกได้เท่าไหร่ก็จะยิ่งดึงดูดความสุขให้เข้าหาเราได้มากเท่านั้น รีวิวโดยเพจ รีวิวทุกอย่างที่อ่านออก ที่จะมาแบ่งปันความรู้สึกหลังจากได้อ่านหนังสือเล่มนี้กับ รีวิว GOOD VIBES GOOD LIFE ใช้คลื่นพลังบวก ดึงดูดพลังสุข

    รีวิว “GOOD VIBES GOOD LIFE ใช้คลื่นพลังบวก ดึงดูดพลังสุข เพิ่มความสุขในชีวิต เพียงเปลี่ยนความคิดให้เป็นบวก

    รีวิว GOOD VIBES GOOD LIFE ใช้คลื่นพลังบวก ดึงดูดพลังสุข
    GOOD VIBES GOOD LIFE ใช้คลื่นพลังบวก ดึงดูดพลังสุข

    เชื่อไหมว่าแค่เปลี่ยน คำพูด อารมณ์และการกระทำ ชีวิตของเราก็เปลี่ยนไปได้แล้ว ช่วงต้นปีเราจะชอบหาหนังสือพัฒนาตัวเองมาอ่าน เพราะมันคงจะดีถ้าเราได้เจอแนวคิดดีๆ ที่เราสามารถเอาไปปรับใช้กับชีวิตทั้งปีได้ วันนี้รีวิวทุกอย่างที่อ่านออกเลยจะมาพูดถึงหนังสือที่ชื่อว่า “Good Vibes, Good Life: ใช้คลื่นพลังบวกดึงดูดพลังสุข” ค่ะ

    หนังสือเล่มนี้มีพื้นฐานมาจาก 2 กฎ กฎแรกคือ “กฎแห่งการสั่นสะเทือน” ที่บอกว่าถ้าเราอยากได้ความรู้สึกดี เราต้องสร้างความรู้สึกดีขึ้นมาก่อน แล้วความรู้สึกดีที่เราสร้างขึ้นจะไปดึงดูดความรู้สึกดีอีกมากมายเข้ามา ส่วนอีกข้อคือ “กฎแห่งแรงดึงดูด” ที่บอกว่าเราสามารถดึงดูดสิ่งที่ต้องการเข้ามาในชีวิต ด้วยการคิดถึงสิ่งนั้นอย่างจริงจัง

    ผู้เขียนยกตัวอย่างการใช้กฎแห่งแรงดึงดูดว่า ตอนสมัยเรียนตัวเขาเกือบเรียนไม่จบ เพราะมีปัญหาตอนทำโปรเจคจบ แต่เขาก็ผ่านมาได้ ด้วยการทำบัตรคะแนนจำลองขึ้นมาว่าตัวเขาเรียนจบด้วยเกรดที่ดี แล้วเขาก็นั่งจ้องเกรดนั้นไปทุกวัน แต่ก็ไม่ได้แค่นั่งจ้องเฉยๆ ระหว่างนั้นก็ทุ่มเทพลังทั้งหมดทำงานให้เสร็จด้วย จนสุดท้ายเขาก็เรียนจบ

    ผู้เขียนมีความเชื่อว่าการปรับมุมมองความคิดของเรา มีผลมากๆ ที่จะช่วยดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามาหาตัวเราเพิ่มอีกในอนาคต แต่ก็ต้องยอมรับว่าตอนที่เจอกับปัญหาหรือความผิดพลาดในชีวิต ก็ไม่ง่ายเลยที่จะบังคับให้ตัวเราคิดบวกต่อไป ถ้าใครกำลังเป็นแบบนี้อยู่หนังสือเล่มนี้ช่วยได้ค่ะ

    สำหรับเราหนังสือเล่มนี้ ทั้งช่วยเติมพลังบวกและมอบมุมมองความคิดดีๆ ให้กับเรา เหมือนเป็นหนังสือ How to การสร้างพลังบวกในโลกที่เต็มไปด้วยพลังลบมากมาย มีข้อคิดหลายข้อในหนังสือเล่มนี้ที่เราอยากให้ทุกคนได้อ่าน วันนี้เราเลยจะมายกตัวอย่างข้อคิดบางส่วนให้ทุกคนได้ฟังกันค่ะ

    1.เริ่มเปลี่ยนตัวเองด้วยการเปลี่ยนภาษากาย: ปกติเราจะนึกว่าการเพิ่มพลังบวก จะต้องเปลี่ยนมุมมองความคิดเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วการเปลี่ยนภาษากายก็สำคัญมาก มีการศึกษาบอกไว้ว่า การแกล้งยิ้มจะหลอกสมองให้คิดว่าเรามีความสุขจริงๆ และปล่อยฮอร์โมนแห่งความสุขที่ชื่อเอนดอร์ฟินออกมา

    2.ค้นหาแรงบันดาลใจ: ทุกวันนี้เราสามารถหาแรงบันดาลใจได้ง่ายมากตามสื่อต่างๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เราชอบประโยคนึงมาก ผู้เขียนบอกว่าการเรียนรู้ความยากลำบากของคนอื่น ทำให้เขาเปลี่ยนความคิดและมองว่าความล้มเหลวจะไม่ใช่จุดจบ ตราบที่เค้ายังไม่ล้มเลิกที่จะทำสิ่งนั้น

    3.เลือกมิตรแท้: ผู้เขียนแนะแนวทางการเลือกคบเพื่อนเอาไว้ อันดับแรกถ้ากลุ่มเพื่อน ทำให้เราสงสัยว่าในกลุ่มมีคนอิจฉาหรือเกลียดเรา ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่ากลุ่มนั้นอาจจะไม่ใช่มิตรแท้และที่สำคัญคือควรที่จะเลือกคบคนที่มีความถี่ใกล้ๆ กัน พูดให้ชัดขึ้นคือ ถ้าเราเป็นคนที่ไม่ชอบย่ำอยู่กับที่ แล้วไปคบเพื่อนที่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง สุดท้ายเราก็จะกลายเป็นคนที่ย่ำอยู่กับที่ในที่สุด

    4.กล้าเผชิญหน้ากับครอบครัว: เมื่อเกิดความไม่เข้าใจกันระหว่างเราและพ่อแม่ ไม่อยากให้มองท่านในแง่ลบ อยากให้เปลี่ยนไปทำความเข้าใจมากกว่า ว่าพวกท่านเติบโตมาในสภาพสังคมที่ต่างจากเรา จึงไม่แปลกเลยที่ท่านจะเห็นต่างจากเรา ดังนั้น เราจึงควรหาว่าอะไรที่ทำให้พ่อแม่กังวลใจ จนมาห้ามเราไม่ทำสิ่งต่างๆ แล้วหาทางอธิบายเพิ่มในสิ่งที่ท่านยังไม่เข้าใจ

    5.พยายามทำให้ทุกคนพอใจ: ในความจริงการทำให้ทุกคนพอใจเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย แล้วถ้าเกิดเราไปพยายามทำให้ทุกคนพอใจแล้วทำไม่ได้ สุดท้ายแล้วคนที่จะรู้สึกแย่คือตัวเรา ที่จะโทษตัวเองว่าทำให้ทุกคนพอใจไม่สำเร็จ


    6.เปรียบเทียบเฉพาะกับตัวเอง: ข้อคิดนี้เราว่าถ้าทำได้จะดีมาก แต่บางครั้งก็ยากเหมือนกันที่จะบังคับความคิดไม่ให้เราเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่น เพราะนึกดูๆ ดี เราอยู่ในสังคมที่กระตุ้นให้เกิดการเปรียบเทียบมาตลอด ตั้งแต่ตอนเด็กที่พ่อแม่มักจะเอาลูกของตัวเองไปเทียบกับลูกคนอื่น หรือโตมาก็ยังต้องเจอกับการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ที่กระตุ้นให้เกิดการเปรียบเทียบต่อ เช่น ถ้าใครไม่ใช้มือถือยี่ห้อ xx หรือว่าขับรถยี่ห้อ YY ถือว่าตกยุค เป็นต้น

    7.อ่อนโยนและให้อภัยตัวเอง: เรื่องนี้เป็นสิ่งที่พูดง่ายแต่ทำได้ยากมาก เพราะปกติเวลาทำผิดพลาดสิ่งแรกที่เรามักจะทำก่อนคือการโทษตัวเอง ผู้เขียนแนะว่าถ้าอยากให้อภัยตัวเอง ความจริงข้อนึงที่ต้องนึกไว้เสมอ คือ การทำร้ายตัวเองจะไม่เปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว ดังนั้น การเรียนรู้ข้อผิดพลาดที่แล้วเอากลับมาพัฒนาตัวเองเลยเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

    สิ่งที่เล่าไปเป็นเพียงข้อคิดบางส่วน ยังมีข้อคิดอีกเยอะมากที่อยู่ในเล่มที่รอให้ทุกคนไปอ่าน ซึ่งเราว่าแต่ละข้อคิดมันดีมากๆ มันเป็นข้อคิดที่ถูกกรองมาแล้วว่านำไปใช้ได้ทันทีและระหว่างอ่านถ้ามีข้อคิดหรือคำพูดไหนที่สำคัญ ผู้เขียนก็จะทำให้ข้อความนั้นเด่นขึ้นมา การทำแบบนี้ช่วยให้เราจับใจความสำคัญตอนอ่านได้ดีขึ้นเยอะเลยค่ะ

    สรุปรวมๆ หนังสือเล่มนี้กำลังจะบอกให้เราเปลี่ยนตัวเองไปสู่เป้าหมายที่สูงขึ้น ด้วยการเริ่มสร้างพลังบวกให้ตัวเองเยอะๆ ทำให้ตัวเองรู้สึกดีก่อน พร้อมลงมือทำอย่างมุ่งมั่นควบคู่ไปด้วย เพราะในบางทีการใช้ชีวิตที่ “รู้สึกดี” ไปตลอด อาจเป็นสิ่งที่เราต้องการ มากกว่าความสำเร็จที่อยู่ที่เส้นชัยก็ได้ค่ะ

    Favorite quote


    คุณไม่อาจก้าวไปข้างหน้าได้ ด้วยความคิดที่รั้งคุณไว้ (หน้า 137)


    Score Explanation
    Writing Style: 9/10
    เพราะผู้เขียนใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย อีกทั้งยังมีการยกทฤษฎี งานวิจัย และเรื่องราวของคนที่ประสบความสำเร็จมาประกอบการเล่าตลอดทั้งเล่ม ซึ่งมันทำให้อ่านแล้วไม่เบื่อเลย
    Time worthiness: 8/10
    เพราะแบ่งสัดส่วนของเนื้อหาในแต่ละบทได้ดี
    Content Usefulness: 10/10
    เพราะเราว่าข้อคิดที่อยู่ในเล่มนี้มีประโยชน์สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนวัยไหนก็อ่านได้หมด

    จบไปแล้วกับรีวิวหนังสือ GOOD VIBES GOOD LIFE ใช้คลื่นพลังบวก ดึงดูดพลังสุข หนังสืออีกเล่มที่นำเสนอมุมมองดีๆ ให้คุณได้ลองฝึกคิดบวกเพื่อทำให้ความสุขในชีวิตเพิ่มขึ้น ใครที่อ่านรีวิวจบแล้วคงจะตระหนักได้เป็นอย่างยิ่งเลยว่าจุดเริ่มต้นของความสุขนั้นเริ่มจากความคิดของเรานี่แหละค่ะ หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยนักอ่านที่แวะเวียนเข้ามามีความสุขเพิ่มขึ้นไม่มากก็น้อย สุดท้ายนี้ขอบคุณเพจ รีวิวทุกอย่างที่อ่านออก ที่มารีวิวหนังสือดีๆ น่าสนใจเล่มนี้กันค่ะ และสำหรับใครที่มองหาหนังสือหรือบทความที่แนะนำ รีวิวหนังสือที่น่าสนใจอย่าลืมแวะมาอ่านกันได้ที่ article.reeeed.com เรามีหนังสือดีๆ มาแนะนำกันและป้ายยากันเสมอนะคะ

    รีวิวทุกอย่างที่อ่านออก
    รีวิวทุกอย่างที่อ่านออก คนชอบอ่านหนังสือที่เริ่มต้นมาจากอยากทำสรุปให้ตัวเองอ่าน เพราะอ่านแล้วลืมว่าหนังสือเล่มนี้ดียังไง จนมาถึงเพจที่มีผู้ติดตามหลายหมื่น มาร่วมสังคมรักการอ่านด้วยกันนะคะ :)

    บทความล่าสุด

    ร้านหนังสือออนไลน์ Reeeed สะดวกซื้อง่ายทั้ง E-book และหนังสือเล่มส่งตรงถึงบ้าน

    Reeeed แพลตฟอร์มร้านหนังสือยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นส่งมอบประสบการณ์ที่สะดวกสบายให้แก่เหล่านักอ่านทุกคนที่แวะเวียนกันเข้ามา นอกจาก E-book และนิยายออนไลน์แล้ว Reeeed กำลังจะเพิ่มช่องทางการซื้อหนังสือเป็นเล่มเพื่อตอบโจทย์เหล่านักอ่านที่มีความต้องการที่จะซื้อหนังสือเล่มให้สามารถเลือกซื้อทั้ง E-book และหนังสือเล่มเสร็จในแพลตฟอร์มเดียวได้อย่างง่ายดายไม่ยุ่งยาก

    แนะนำ 2 นิยายกำลังภายใน ผสมวิทยาศาสตร์จากปลายปากกา “หวงอี้”

    หวงอี้ หนึ่งในตำนานนักเขียนนิยายกำลังภายในชาวจีนที่มีแฟนคลับมากมาย ทั้งยังได้ฝากผลงานที่เป็นที่น่าจดจำไปตลอดกาลไว้หลากหลาย ด้วยงานเขียนที่เป็นเอกลักษณ์ผสมผสานวิทยาศาสตร์เข้าไป มาทำความรู้จักกับนักเขียนท่านนี้ พร้อมด้วยผลงานที่น่าติดตามที่เราอยากแนะนำ

    แนะนำ 3 นิยาย น่าอ่านจากปลายปากกา “กิ่งฉัตร” ห้ามพลาด

    กิ่งฉัตร นามปากกานักเขียนชาวไทยที่ฝากผลงานนิยายเรื่องเยี่ยมไว้มากมาย หลายเรื่องถูกหยิบยกไปทำเป็นละครที่โด่งดังรู้จักกันทั่วไป รู้จักนักเขียนท่านนี้ให้มากขึ้นพ้อมผลงานที่โดดเด่นและน่าสนใจที่เรานำมาแนะนำ

    3 นิยายแฟนตาซี น่าอ่านโดยคนไทยจาก ลวิตร์ แฟนตาซีไทย

    ทำความรู้จักกับ พัณณิดา ภูมิวัฒน์ หรือ ลวิตร์ นักเขียนนิยายแฟนตาซีชาวไทยที่ฝากผลงานไว้มากมาย อาทิ ไมรอน ผู้เสกทราย ด้วยสไตล์งานเขียนที่เป็นเอกลักษณ์ยากจะหาตัวจับ พร้อมผลงานที่น่าสนใจของนักเขียนท่านนี้ที่เราอยากแนะนำ
    - Advertisement -spot_imgspot_img

    แนะนำ 2 สุดยอดผลงานเอกจาก “กิมย้ง” นักเขียน นิยายจีน ตลอดกาล

    กิมย้ง นักเขียนชาวจีนผู้วาดลวดลายในวงการน้ำหมึกและรังสรรค์ผลงานชั้นเยี่ยมเป็นตำนานไว้มากมาย ด้วยสไตล์งานเขียนที่โดดเด่น เนื้อเรื่องที่มีความแฟนตาซีผสมการเมือง ทำให้งานเขียนของเขาได้รับความนิยมตลอดกาล มาทำความรู้จักกับเรื่องราวความเป็นมาและผลงานเด่นๆ ที่น่าสนใจของกิมย้ง

    รีวิว 2 หนังสือเด็ก จาก “งามพรรณ” ที่ยังถูกทำเป็น audiobook

    "งามพรรณ เวชชาชีวะ" นักเขียนชาวไทยที่หลายๆ คนคุ้นชื่อจากผลงาน ความสุขของกะทิ ที่ได้รับรางวัลซีไรต์ ในปี พ.ศ. 2549 มาทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้นพร้อมๆ กับผลงานอื่นที่น่าสนใจจนถูกนำไปดัดแปลงเป็น audiobook

    บทความแนะนำ

    ร้านหนังสือออนไลน์ Reeeed สะดวกซื้อง่ายทั้ง E-book และหนังสือเล่มส่งตรงถึงบ้าน

    Reeeed แพลตฟอร์มร้านหนังสือยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นส่งมอบประสบการณ์ที่สะดวกสบายให้แก่เหล่านักอ่านทุกคนที่แวะเวียนกันเข้ามา นอกจาก E-book และนิยายออนไลน์แล้ว Reeeed กำลังจะเพิ่มช่องทางการซื้อหนังสือเป็นเล่มเพื่อตอบโจทย์เหล่านักอ่านที่มีความต้องการที่จะซื้อหนังสือเล่มให้สามารถเลือกซื้อทั้ง E-book และหนังสือเล่มเสร็จในแพลตฟอร์มเดียวได้อย่างง่ายดายไม่ยุ่งยาก

    แนะนำ 2 นิยายกำลังภายใน ผสมวิทยาศาสตร์จากปลายปากกา “หวงอี้”

    หวงอี้ หนึ่งในตำนานนักเขียนนิยายกำลังภายในชาวจีนที่มีแฟนคลับมากมาย ทั้งยังได้ฝากผลงานที่เป็นที่น่าจดจำไปตลอดกาลไว้หลากหลาย ด้วยงานเขียนที่เป็นเอกลักษณ์ผสมผสานวิทยาศาสตร์เข้าไป มาทำความรู้จักกับนักเขียนท่านนี้ พร้อมด้วยผลงานที่น่าติดตามที่เราอยากแนะนำ
    อ่านบทความดี ๆ หนังสือแจ่มๆ ได้ที่ Reeeed เมี้ยวววว >.
    - Advertisement -spot_img

    เราคิดว่าคุณน่าจะชอบRELATED