More
    หน้าแรกนิยายวรรณกรรม4 นวนิยายเยาวชนน่าสนใจ การันตีคุณภาพจากรางวัลแว่นแก้ว

    4 นวนิยายเยาวชนน่าสนใจ การันตีคุณภาพจากรางวัลแว่นแก้ว

    4 นวนิยายน่าสนใจจากงานประกวดรางวัลแว่นแก้ว ครั้งที่ 13 ทุกเล่มล้วนเป็นหนังสือดีที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวแสนสนุกน่าสนใจที่เหมาะให้อ่านทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ งานเขียนดีจากนักเขียนไทยฝีมือคุณภาพที่คุณควรได้อ่าน

    -

    ในมุมมองนักอ่านสิ่งที่ได้จากการอ่าน “นวนิยาย” สำหรับ “เยาวชน” เล่มหนึ่งนอกจากความเพลิดเพลินแล้ว ยังสามารถบอกเล่าเรื่องราวที่แฝงไปด้วยแง่คิด รวมถึงแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับเด็กๆ ได้มากมาย ซึ่งสอดแทรกไปพร้อมๆ กับความสนุกที่ชวนให้เด็กๆ ติดตามจนจบทั้งเล่ม แถมยังทำให้เด็กๆ หลงไหลในการอ่านหนังสือเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งถ้าใครกำลังมองหาสิ่งเหล่านี้ให้เด็กๆ อยู่เราขอแนะนำ “นวนิยาย” สำหรับ “เยาวชน” 4 เล่มในชุด รางวัลวรรณกรรมแว่นแก้วครั้งที่ 13 เลยค่ะ

    4 นวนิยายเยาวชนน่าสนใจ จากการประกวดรางวัลแว่นแก้ว

    เด็กชายผู้ระบายสีฟ้าไม่เป็น

    เล่มแรกที่อยากแนะนำให้เด็กๆ ได้อ่านคือ ‘เด็กชายผู้ระบายสีฟ้าไม่เป็น’ นวนิยายรางวัลชนะเลิศ รางวัลวรรณกรรมแว่นแก้วครั้งที่ 13 ผลงานของ รุจรวี นาเอก เรื่องราวของ ‘คราม’ เด็กชายที่ชื่นชอบในการวาดรูป เพราะเคยเห็นแม่วาดมาตั้งแต่ตัวเองยังเด็กๆ แต่ก่อนที่ครามจะฝึกฝนเพื่อพัฒนาความสามารถในการวาดรูปของตัวเองให้มากขึ้น เขากลับพบว่าตัวเองตาบอดสีและถูกเพื่อนล้อเลียนในวิชาศิลปะ เพราะครามระบายสีของท้องฟ้าผิดเพี้ยนไปไม่ตรงกับสีฟ้าตามที่คนอื่นเห็นจนฝังใจไม่กล้าวาดรูปอีกและพ่อของเขาก็ยังจมอยู่ในความทุกข์ เพราะแม่ของครามเสียชีวิตจากโรคร้ายทำให้ชีวิตของเด็กชายคนนี้ยิ่งหม่นหมอง แต่เมื่อขึ้นชั้น ป.4 ครามได้เรียนวิชาศิลปะกับ ‘ครูรุ้ง’ ผู้ใจดีที่คอยให้กำลังใจเขา แถมยังได้ ‘ขมิ้น’ เด็กหญิงที่เรียนห้องเดียวกันคอยช่วยเลือกสีที่ถูกต้องให้ ครามจึงมีกำลังใจวาดรูปอีกครั้ง เขาจึงตั้งใจจะส่งผลงานไปประกวดในหัวข้อ ‘ท้องฟ้าของฉัน’ และอยากให้ผลงานชิ้นนี้คืนรอยยิ้มให้แก่พ่อของเขาอีกครั้งด้วย

    เรื่องราวของเด็กชายผู้ระบายสีฟ้าไม่เป็นในเล่มนี้บอกเล่าถึงการเจออุปสรรค แต่ครามก็ยังมีความหวังและความฝันที่อยากมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองชอบนั่นก็คือการวาดรูประบายสี รวมถึงมีความหวังอยากให้รอยยิ้มของพ่อเขากลับมาอีกครั้ง เด็กชายคนนี้จึงได้พยายามทำทุกวิถีทางที่เด็กวัยประถมคนหนึ่งจะทำได้ ซึ่งหนังสือเล่มนี้ยังทำให้เห็นวิธีคิดของเด็กที่พยายามหาทางที่จะแก้ปัญหาอย่างมุ่งมั่น รวมถึงความสำคัญของการสนับสนุนจากผู้ใหญ่และคนรอบข้างที่ทำให้ครามกลับมามีความมั่นใจในการวาดรูปอีกครั้งและตัดสินใจส่งผลงานประกวดผลงานวาดรูปแม้ว่าตัวเองจะตาบอดสีก็ตาม เพราะการที่มองเห็นสีไม่ตรงกับคนอื่นก็ไม่ได้แปลว่าสีที่เขามองเห็นจะเป็นเรื่องที่ผิด เด็กๆ ที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้จะต้องได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวของคราม พร้อมทั้งอยากเอาใจช่วยให้เขาสามารถทำตามสิ่งที่หวังได้สำเร็จแน่นอนค่ะ

    ทดลองอ่านได้ที่ https://bit.ly/3BJxjif

    จิ๋วกับน้อย

    เล่มต่อมาที่เราอยากแนะนำให้เด็กๆ ได้อ่านคือ ‘จิ๋วกับน้อย’ นวนิยายรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง รางวัลวรรณกรรมแว่นแก้วครั้งที่ 13 ผลงานของ วีรศิลป์ วิฬารศิลป์ เรื่องราวของเด็กชาย ‘น้อย’ ที่อาศัยอยู่บ้านริมน้ำหลังเล็กๆและต้องเผชิญกับปัญหาครอบครัวที่คล้ายคลึงกับเด็กอีกหลายคน เมื่อน้อยเป็นลูกคนกลางและรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอยู่เสมอที่พ่อแม่รักพี่หรือน้องมากกว่า แม้ว่าน้อยจะพยายามตั้งใจเรียนและเชื่อฟังพ่อแม่ แต่กลับทำอะไรก็ไม่เคยถูกใจหรือเป็นที่รักของพ่อแม่เลยแถมคนในครอบครัวยังไม่เคยมีใครเคยรู้ด้วยซ้ำว่าเขามีพรสวรรค์ด้านการร้องเพลงและเขียนเรียงความได้ยกเว้นครูประจำชั้นที่คอยผลักดันและช่วยเหลือน้อยอยู่เสมอ แต่ครูก็ยังเป็นครูแสนดุที่น้อยไม่กล้าเปิดใจพูดคุยด้วย จึงมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่น้อยระบายความคับข้องใจให้ฟังได้ คือ ‘จิ๋ว’ เพื่อนล่องหนที่น้อย สร้างขึ้นมาและคอยอยู่เคียงข้างน้อยคนเดียวเสมอ

    ในหนังสือเล่มนี้ผู้เขียนได้ใช้วิธีการเล่าโดยการทำเหมือนตัวละคร ‘จิ๋ว’ เพื่อนล่องหนคนนี้ว่าเป็นผี ซึ่งสามารถกระตุ้นให้เด็กๆอยากอ่านหนังสือเด็กเล่มนี้เพิ่มขึ้น เพราะจะเกิดความสนใจและอยากรู้ว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป แต่แท้จริงแล้วตัวละครจิ๋วนี้คือ ‘จิตสำนึก’ ที่เด็กชายน้อยสร้างขึ้นมาเพื่อพูดคุยและอยู่เคียงข้างตัวเอง โดยภายในเล่มได้สะท้อนถึงปัญหาของสถาบันครอบครัวที่เกิดขึ้นแล้วส่วนใหญ่ผู้ใหญ่ก็มักจะไม่รู้ตัวและไม่ได้พยายามแก้ปัญหานั้น ปัญหาจึงขยายตัวขึ้นเรื่อยๆและกลายเป็นบาดแผลทางความรู้สึกของเด็กเล็กๆ ให้พังยับเยินเหมือนเหมือนกับเด็กชายน้อย ที่แม้ว่าเขาจะสามารถเยียวยาบาดแผลด้วยตัวเองและยืดหยัดตัวเองได้ แต่ระหว่างทางก็ต้องพบกับความเจ็บปวดมากมายและต้องสร้างเพื่อนล่องหนขึ้นมาเพื่อรับฟังปัญหาและอยู่กับเขาแทนคนจริงๆ หรือถ้าเป็นผู้ใหญ่ที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ครู หรือใครก็ตาม ก็คงไม่มีใครอยากเห็นเด็กๆ เป็นอย่างเด็กชายน้อย เพราะถ้าเขาสร้างจิ๋วขึ้นมาไม่ได้ก็อาจจะไม่สามารถก้าวข้ามความทุกข์ได้อย่างน้อยในเรื่องนี้นะคะ

    ทดลองอ่านได้ที่ https://bit.ly/3LOryof

    กล่องตุ๊กตาใสกับจดหมายของพ่อ

    มาต่อกันที่หนังสือชวนอบอุ่นหัวใจกันดีกว่าค่ะกับเรื่อง ‘กล่องตุ๊กตาใสกับจดหมายของพ่อ’ นวนิยายรางวัลชมเชย รางวัลวรรณกรรมแว่นแก้วครั้งที่ 13 ผลงานของ ขจรพัฒน์ สุขภัทราพิรมย์ เรื่องราวของ ‘ต้นข้าว’ เด็กหญิงที่สูญเสียพ่อไปตั้งแต่อายุแปดขวบ แต่เธอพบว่าพ่อเขียนจดหมายทิ้งไว้ให้โดยใส่อยู่ในกล่องตุ๊กตาตัวโปรดและสิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากจดหมายทั่วๆ ไปคือ พ่อได้เขียนข้อความที่เต็มไปด้วยความรักเหล่านี้ในช่วงสุดท้ายของชีวิตและจ่าหน้าซองถึงต้นข้าวในอนาคต เพื่อเป็นตัวแทนของเขาที่จะอยู่เคียงข้าง ยามที่ต้นข้าวต้องเผชิญสุขทุกข์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตราวกับพ่อยังอยู่เคียงข้างเธอเสมอ

    ภายใจเล่มจะถ่ายทอดความรักความผูกพันระหว่างพ่อกับลูก ผ่านเนื้อความในจดหมายแต่ละฉบับ ซึ่งเนื้อความในจดหมายของพ่อที่เขียนไว้ให้ต้นข้าวเป็นการแนะนำที่มีคุณค่าให้ลูกที่กำลังเติบโตในแต่ละช่วงวัยได้รู้จักขบคิด มีเหตุมีผลและสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ต้องเผชิญจนลุล่วงไปได้ รวมถึงจดหมายเหล่านี้ยังเปรียบเสมือนตัวแทนของพ่อให้เด็กหญิงคนหนึ่งรู้สึกว่ามีพ่อคอยอยู่เคียงข้างตลอดเวลาที่เธอเติบโตขึ้นมาและอุ่นใจเวลาเจอเรื่องราวอะไรในชีวิต โดยเนื้อหาในเล่มเต็มไปด้วยความอบอุ่นและชวนให้เด็กๆ ที่กำลังอ่านหนังสือเล่มนี้รู้สึกถึงความรักของครอบครัวได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

    ทดลองอ่านได้ที่ https://bit.ly/3JJFr59

    ม้าน้ำสีทอง

    หนังสือเล่มสุดท้ายที่เราอยากแนะนำให้เด็กๆได้อ่านคือ ‘ม้าน้ำสีทอง’ นวนิยายรางวัลชมเชย รางวัลวรรณกรรมแว่นแก้วครั้งที่ 13  ผลงานของ เอกอรุณ ที่จะชวนเด็กๆไปรู้จักกับ ‘ม้าน้ำ’ สิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วในท้องทะเลให้มากขึ้น ผ่านเรื่องราวของเด็กชายสองสหายจากหมู่บ้านประมง ‘สน’ และ ‘โต้’ ที่อยากมีรายได้เป็นของตัวเองเพราะครอบครัวยากจน ทั้งสองจึงเริ่มต้นจากการตามเด็กรุ่นพี่ไปเก็บปลาที่หล่นจากเรือประมงมาขาย จนได้รู้จักกับม้าน้ำที่ตอนแรกพวกเขาคิดจะหุ้นกันเพาะเลี้ยงม้าน้ำเพื่อนำไปขายสร้างรายได้ แต่เมื่อได้ศึกษาและเลี้ยงดูด้วยตนเองแล้ว ทั้งคู่ก็เกิดเป็นความรักและความผูกพันต่อชีวิตเล็กๆ นี้และนำไปสู่เรื่องราวความงดงามของชีวิตที่จะทำให้เด็กๆ ประทับใจ

    เด็กๆ จะได้สัมผัสกับบรรยากาศของทะเลและเรื่องราวการอนุรักษ์ธรรมชาติผ่านหนังสือเล่มนี้ รวมถึงยังสะท้อนให้เห็นสังคมของเด็กบางกลุ่มที่มักจะต้องทำงานหาเงินกันตั้งแต่ยังเด็กๆ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวเหมือนสนกับโต้ แต่นั่นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เด็กทั้งสองคนนี้ได้ค้นพบชีวิตใหม่ๆที่จะทำให้พวกเขามองโลกกว้างขึ้นและเติบโตขึ้นไปพร้อมๆกับสิ่งมีชีวิตในท้องทะเล และในเรื่องยังสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงม้าน้ำไว้มากมาย ที่คนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรู้ว่าม้าน้ำสามารถเลี้ยงและเพาะพันธุ์ได้ โดยในเรื่องผู้เขียนบรรยายให้เด็กๆ เห็นภาพม้าน้ำตั้งแต่ขึ้นมาจากทะเล ถูกร้อยเป็นพวงมาขาย จนกระทั่งลงไปอยู่ในตู้เลี้ยง รวมถึงการเพราะพันธุ์ม้าน้ำ อนุบาลม้าน้ำ และการปล่อยลงทะเล

    ซึ่งถ้าเด็กๆ ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ไม่เพียงแต่จะได้รู้จักม้าน้ำมากขึ้น แต่ยังทำให้รู้ถึงการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมที่สามารถทำควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตตามปกติ ชวนเด็กๆ ไปสัมผัสกลิ่นอายทะเลและสำรวจชีวิตน้อยๆ ใต้ผืนน้ำนี้ด้วยกันนะคะ

    ทดลองอ่านได้ที่ https://bit.ly/3BEeKMm

    ทั้งหมดนี้คือนวนิยายเยาวชนทั้ง 4 เล่มที่เราอยากแนะนำให้เด็กๆ ได้อ่านค่ะหรือผู้ใหญ่ก็สามารถอ่านได้นะคะ
    เพราะนวนิยายเหล่านี้เป็นมากกว่าหนังสือเด็กธรรมดาๆเล่มหนึ่ง แต่ได้สอดแทรกเรื่องราวและแง่คิดมากมาย ซึ่งสำหรับนักอ่านที่เป็นผู้ใหญ่คุณก็อาจจะได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ ได้คิดถึงความฝันในวัยเด็ก หรือมองเห็นปัญหาที่สะท้อนผ่านในเรื่องราวเหล่านี้ได้มากขึ้น สามารถไปอ่านในรูปแบบ e-book และส่งต่อความสุขในการอ่านเหล่านี้ให้กับเด็กๆและคนรอบตัวกันได้เลยนะคะ นอกจากนี้แล้วยังมีนิยายออนไลน์เรื่องอื่นๆ อีกมากมายและที่สำคัญยังมีให้อ่านฟรีด้วยนะคะ สามารถเข้าไปเลือกอ่านกันได้ที่ https://bit.ly/3HbFmWm

    Reeeedhttps://www.reeeed.com
    รวบรวมบทความเกี่ยวกับหนังสือ แนะนำหนังสือ พร้อมบอกเล่าความน่าประทับใจที่น่าติดตามของหนังสือแต่ละเล่ม พื้นที่ของนักอ่าน ที่รวมสิ่งดีๆ ไว้สำหรับคุณ ยิ่งอ่านยิ่งได้ เลือกจะ Read เลือก Reeeed

    บทความล่าสุด

    รู้จัก ตูเว ยานซอน (Tove Jansson) ผู้สร้างเจ้าโทรลล์ตัวน้อยมูมิน

    ตูเว ยานซอน (Tove Jansson) ศิลปิน นักประพันธ์ ชาวฟินแลนด์ ผู้ใช้เวลาทั้งชีวิตในวงการศิลปะและวรรณกรรมเด็ก ผู้สร้างสรรค์ผลงานเรื่องราวในหุบเขามูมิมินและครอบครัว อีกหนึ่งผลงานวรรณกรรมที่ถูกยกย่องและแนะนำจากนักอ่านอย่างล้นหลาม

    โจเซ่ วาสคอนเซลอส (Jose Vasconcelos) กับ ต้นส้มแสนรัก

    โจเซ่ เมอโร เดอ วาสคอนเซลอส (José Mauro de Vasconcelos) นักเขียนผู้นำวัยเด็กของตัวเองมาเขียนเป็นบทประพันะ์ที่ตราตรึงผู้คนกว่าครึ่งศตวรรษอย่าง "ต้นส้มแสนรัก" ผลงานที่สะท้อนชีวิตของทุกคนที่ต่างมีต้นส้มแสนอบอุ่นของตัวเองกันทั้งสิ้น

    แนะนำ 2 หนังสือประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ การเงินและธนาคาร

    รู้จักประวัติศาสตร์ของเศรษฐฏิจ การเงินและการธนาคาร ที่เปลี่ยนแปลง ถอดถอยและเจริญรุ่งเรื่องไปพร้อมๆ กับสังคมที่เราอยู่อาศัยกันในปัจจุบัน อีกหนึ่งแง่มุมประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจไม่แพ้เรื่องราวของวัฒนธรรมและเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

    ไมเคิล เอ็นเด้ (Michael Andreas) ยอดนักประพันธ์วรรณกรรมเด็ก

    ไมเคิล เอ็นเด้ (Michael Andreas Helmuth Ende) นักเขียนนิยายเด็กชาวเยอรมันที่ได้สร้างผลงานอย่าง The Neverending Story และ Momo วรรณกรรมสำหรับเด็กแต่กลับแฝงความหมายการใช้ชีวิตสำหรับผู้ใหญ่
    - Advertisement -spot_imgspot_img

    รู้จัก การ์โล กอลโลดี (Carlo Collodi) เจ้าของบทประพันธ์ พินอคคิโอ

    การ์โล กอลโลดี (Carlo Collodi) นักประพันธ์ชาวอิตตาลีผู้สร้างเรื่องราวหุ่นกระบอกแสนซุกซน "พินอคคิโอ" ที่ครองใจผู้คนมานานนับศควรรษ ผลงานที่ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์โดยดิสนีย์และกลายเป็นหนึ่งในผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

    Stephenie Meyer ผู้เขียนผลงานสุดโรแมนติก Twilight

    สเตเฟนี เมเยอร์ (Stephenie Meyer) นักเขียนมากพรสวรรค์ ผู้สร้างเรื่องราวความรักโรแมนติกระหว่างแวมไพร์และหญิงสาวอย่าง Twilight นิยายโรแมนติกที่ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ทั้งยังได้รับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้นในเวลาต่อมา

    บทความแนะนำ

    รู้จัก ตูเว ยานซอน (Tove Jansson) ผู้สร้างเจ้าโทรลล์ตัวน้อยมูมิน

    ตูเว ยานซอน (Tove Jansson) ศิลปิน นักประพันธ์ ชาวฟินแลนด์ ผู้ใช้เวลาทั้งชีวิตในวงการศิลปะและวรรณกรรมเด็ก ผู้สร้างสรรค์ผลงานเรื่องราวในหุบเขามูมิมินและครอบครัว อีกหนึ่งผลงานวรรณกรรมที่ถูกยกย่องและแนะนำจากนักอ่านอย่างล้นหลาม

    โจเซ่ วาสคอนเซลอส (Jose Vasconcelos) กับ ต้นส้มแสนรัก

    โจเซ่ เมอโร เดอ วาสคอนเซลอส (José Mauro de Vasconcelos) นักเขียนผู้นำวัยเด็กของตัวเองมาเขียนเป็นบทประพันะ์ที่ตราตรึงผู้คนกว่าครึ่งศตวรรษอย่าง "ต้นส้มแสนรัก" ผลงานที่สะท้อนชีวิตของทุกคนที่ต่างมีต้นส้มแสนอบอุ่นของตัวเองกันทั้งสิ้น
    อ่านบทความดี ๆ หนังสือแจ่มๆ ได้ที่ Reeeed เมี้ยวววว >.
    - Advertisement -spot_img

    เราคิดว่าคุณน่าจะชอบRELATED